one night stand

posted on 26 Apr 2016 15:40 by loginart

 

เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เรามักทำพลาดกับชีวิตอยู่เสมอๆ 

แต่ครั้งนี้แม้กระทั่งเราเองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้ว่า 

เราตัดสินใจผิดพลาดหรือไม่ 

หรือถ้าเราไม่ทำ เราก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เราจะรู้สึกอย่างไรอยู่ 

เราเจอผู้ชายคนหนึ่งในสถานที่เที่ยวกลางคืน เรายอมรับว่าชอบเขา 

ชอบการกระทำที่เขาทำกับเรา จับมือ เทคแคร์ สุดท้ายเราตัดสินใจจะไปกับเขา 

แต่คืนนั้นเราก็เลือกที่จะไม่ทำ หลังจากนั้นเขาก็วนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา 

มันรบกวนจิตใจจนเราคิดว่าถ้ามีโอกาสอีกครั้ง เราจะไม่ยอมให้เป็นแบบนี้อีก 

ตอนนั้นเราไม่แน่ใจ ว่ามันคือความรัก หรือ แค่ใคร่

ที่เรารู้คือกลิ่นตัวและรสจูบของเขาเรายังจำได้ไม่ลืม

เราคิดถึงเขาจนอีกไม่กี่วันจะครบหนึ่งอาทิตย์ที่ได้เจอกัน 

เราเจอเขาที่ร้าน ร้านเดิม ที่เคยเจอกันเมื่อครั้งที่แล้ว 

เรากลัวเขาจำเราไม่ได้ 

เขาเดินลงมาจากชั้นบนของร้านขณะที่เรานั่งอยู่ชั้นล่าง 

วินาทีนั้นเหมือนเรากำลังฝันไป ใช่เขาแน่เหรอ เราถามตัวเอง 

เพื่อนลงความเห็นว่าใช่ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นเขาแน่ล่ะ 

เรายอมเดินไปทักเขาก่อน คุยเรื่องสัพเพเหระ เหมือนเคย

เงียบเป็นพักๆเมื่อไม่มีเรื่องถามกัน เขาบอกว่ารอเราพูดอยู่นะเมื่อตอนที่เราเงียบไป 

เราสูบบุหรี่ จิบเบียร์ แล้วมองวิวตรงหน้าไปเพลินๆ 

เขาชวนเราไปที่ห้องเหมือนเดิม เราไม่ปฎิเสธ

เขาบอกอย่างติดตลกว่า เขาเปลี่ยนโรงแรมแล้ว มันไม่เหมือนที่เดิมนะ 

แล้วเราก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควร 

ในขณะที่เขาหลับไปแล้ว เรานอนไม่หลับ คิดทบทวนว่าจะอยู่ต่อหรือรีบกลับห้องตัวเองไปซะ

เสียงหายใจดังสม่ำเสมอทำให้เราคิดว่าเขาหลับไปแล้ว 

แต่เขาก็สะดุ้งตื่นทุกครั้งที่เราพลิกตัว หรือเดินเข้าห้องน้ำ 

เขาถามเราเป็นระยะ ว่าจะนอนด้วยกันมั้ย หรือจะกลับห้องไป 

เราตอบว่าจะนอน ในตอนแรก 

แล้วย้ำตัวเองไปมาว่าจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้จริงๆนะเหรอ 

มันเป็นแค่ ความสัมพันธ์ทางร่างกายแค่คืนเดียว...

เราตัดสินใจ จูบที่กระหม่อมเขาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินออกมาจากห้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอีก มันไม่มีความรู้สึกลังเลอีกแล้ว เราคิดว่ากับเขา มันควรจบลงไว้เท่านี้ 

แต่ถ้าเจอกันอีกครั้ง 

เราจะทำอย่างไง 

จะเดินเข้าไปหาเขาเหมือนอย่างคราวที่แล้วมั้ย 

แล้วจะยังไงต่อ 

จะไปห้องกับเขาอีกมั้ย 

 

ความสับสนมันวุ่นวายอยู่ในใจเสมอ

 

 

 

 

คำรักจากครอบครัว

posted on 06 Apr 2016 13:42 by loginart

สวัสดีเอนทรี่ที่รัก

 

 

นานจริงๆที่เราไม่ได้เข้ามาในนี้เลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

อาจจะเป็นเพราะว่ามีอะไรหลายอย่างให้ทำ

ตั้งแต่เอนทรี่ล่าสุดจนถึงเอนทรี่นี้ที่เรากำลังจะเขียน แน่นอนว่าเป็นเวลาหลายเดือน

ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ทั้งการย้ายที่อยู่อีกครั้ง ความบาดหมาง ความไม่เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง แต่นั้นก็นำมาซึ่งบทเรียนชิ้นใหญ่ในชีวิตก็ว่าได้

 มันอาจจะเป็นแผลในใจเราไปตลอดชีวิตที่ได้สูญเสียความสัมพันธ์ที่เราเคยคิดว่าดีไป

เราคล้ายกับนกน้อยที่เคยบินในท้องฟ้าไปมาได้อย่างมีความสุข ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บจากอะไรทั้งสิ้น เราคิดว่าเราบินสู้มันไว้ แต่ความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่

เราต้องการคนเยียวยาอย่างมากในตอนนั้น ไม่มีที่พึ่งใดๆนอกเหนือจากครอบครัว

เราเคยคิดว่าชีวิตเรา มีเพื่อน แล้วก็ครอบครัวเนี่ยแหละที่เป็นของจริง จับต้องได้ แต่เราคิดผิดมาตลอด ครอบครัวอย่างเดียวเท่านั้นที่เป็นของจริงและจับต้องได้

ไม่มีใครอยู่กับเราไปตลอด และไม่มีความสัมพันธ์ไหนที่คงอยู่ได้นานเท่ากับครอบครัวเลย

วันนั้นเราเห็นแล้วล่ะว่า ครอบครัวคือสิ่งที่เราควรจะแคร์และทะนุถนอมเอาไว้  

เราเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนมีเพื่อนเยอะและสนิทเยอะ

แต่พอมาถึงวันที่หัวใจพัง เรากลับรู้สึกว่าเราพูดกับใครไม่ได้เลย ไหนใครละ ที่จะพร้อมรับฟัง เรามองหา แต่ก็ไม่เจอ

เรากลับมามองด้านหลัง มีคนที่กำลังอ้าแขนรอรับอยู่ เราเล่าทุกสิ่งที่อยู่ในใจ ความบาดเจ็บที่เรากำลังเผชิญให้พวกเขาฟังอย่างหมดเปลือก เราระบาย แล้วเราก็ได้คำปลอบโยนกลับมา ตามมาด้วยความช่วยเหลือให้เราพ้นจากความทุกข์เหล่านั้น คนเหล่านั้นเราเรียกว่า ครอบครัว 

 

มีแต่ครอบครัวจริงๆที่เราคิดว่าพวกเขาคือ ของจริง 

ของจริงที่ไม่มีวันตาย ความรัก ความห่วงใย ความอาทรที่มีให้ เราซึ้งใจมากๆ 

เราขอบคุณพวกเขาในใจ บอกรักพวกเขาผ่านสายตาบ้างในบางครั้ง 

แล้วเราก็พูดกับตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่ให้ใครที่ไม่ใช่ครอบครัวมาทำร้ายเราอีก 

 

 

เราสัญญา 

 

 

 

 

 

ง่วงมาก จะหลับไปแล้วแหละ แต่เสียงเตือนข้อความในเฟซบุ๊กดังขึ้นเลยต้องตื่นมาตอบ

เพราะคิดว่าคงเป็นเพื่อนที่จะย้ายไปอยู่หอด้วยกัน แล้วก็จริง

พอคุยธุระเสร็จก็ข่มตานอน แต่ให้ตายยังไงก็ไม่หลับ

…ก็เลยคิดว่า ลุกขึ้นมาเขียนอะไรสักหน่อยดีกว่า

ให้สมองกับมือได้ทำงานร่วมกันบ้าง เพราะช่วงนี้ทำตัวเหมือนคนว่างงานซึ่งความจริงไม่ใช่เลย

ยังมีต้นฉบับรอให้แก้อยู่อีกบานเบอะ เอาล่ะ แต่เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นหรอกนะ

จริงๆ สาเหตุที่เขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมาอาจจะเป็นเพราะอยากกล่อมตัวเอง

ปล่อยให้อะไรฟุ้งๆในหัวได้ออกมาเป็นรูปแบบของตัวอักษรและเพื่อได้ปลดปล่อยความรู้สึกในหัวใจ

อืม…ฟังดูโรแมนติกเนอะ

แต่มันก็เป็นความจริงนะ แม้จะไม่ใช่เรื่องความรักแต่พูดถึงเรื่องความรู้สึกยังไงก็ต้องผ่านทางหัวใจอยู่ดี

จะเจ็บปวด หรือ มีความสุข เป็นหน้าที่ของหัวใจที่รู้สึก ไม่ใช่สมองแต่อย่างใด

 

เราตื้อแบบบอกไม่ถูกเลย เบื่อ เซ็ง คิดนู่นนี้ ทั้งเรื่องดีไม่ดี

ไม่มีแรงบันดาลใจจะทำอะไร

แม้กระทั่งเรื่องไปเที่ยว แปลก,,

ยิ่งเปิด Destino ฟังไปด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ความเหงาลอยคละคลุ้งมาเลย

หรือมันอาจจะเป็นเพราะพรุ่งนี้จะย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว

เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงของชีวิตครั้งใหญ่ ได้เริ่มฝึกความเป็นผู้ใหญ่

รับผิดชอบชีวิตตัวเอง ทั้งเรื่องเรียนและทำงาน

ทุกๆอย่างในชีวิต

มันไม่โหว่ง แต่มันหนักอยู่ในใจ

ก็ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะหายไป

และขอให้มันเป็นแค่ความรู้สึกชั่วคราว

 

ตอนนี้อยากเขียนกระดาษเล็กๆแล้วซ่อนไว้ในที่ที่คิดจะหาเจอในอีกสิบปีข้างหน้า

ว่าตอนนั้นจะเป็นอย่างไง

สบายดีไหม

ได้เที่ยวเยอะๆเหมือนฝันไว้หรือเปล่า

หน้าที่การงานเหมือนที่คิดไว้ไหม

 

และเริ่มรักใครสักคนหรือยัง  

 
 
 
 
 

list to do before i die

posted on 25 Oct 2014 23:46 by loginart
 
 
 
list to do before i die

1.อยากลองเป็นชาวเบดูอินที่เพตรา,วาดีรัม,วาดีมูซา จอร์แดน ดูสักครั้ง

 
      
 
 
 
2.ต้องลอง ฮาลองเบย์,เวียดนาม 
 

 
3. ตามรอยความรักเจ้าน้อยกับมะเมี๊ยะ มะละแหม่ง,มัณฑะเลย์,รัฐฉาน
 
 
 
4.อินเดียอินเลิฟ 
 
 
 
5. ริโอ,เซาเปาลู บราซิล (อยากจะลองเป็นเดอะ เกิร์ล ฟรอม อิปานีมา) 
 
 
 
6. ต้องมีบ้านริมคลองสักหลัง
 
         
 
 
 
7. เที่ยวในไทยให้ได้มากที่สุด 
8. ทำฝันให้สำเร็จ 
9. จริงๆอยากไปฟลอเรนซ์ด้วยนะ อยากตามรอย blu,rosso
10. ต้องเป็นคุณครูอนุบาลด้วย ใช่ไม่ใช่ก็อีกเรื่องนะ
 
พอแล้วสำหรับลิสต์ในชีวิตก่อนตาย
แต่ไม่แน่กิเลสคนเราไม่เคยสิ้นสุด
อาจจะมีข้อสิบเอ็ดเพิ่มตอนที่เขียนอาจจะลืมไปบ้าง
 
อวยพรให้ตัวเองทำสำเร็จทุกข้อนะ ไม่ก็ทำให้ได้มากที่สุด
 
ไปทำงานต่อล่ะ..
 
 
 
 

จะสิ้นปีแล้ว

posted on 25 Oct 2014 23:41 by loginart
 
จะสิ้นปีแล้วนะ 
 
สำหรับปีนี้ดีนะ ได้ไปเที่ยวเยอะกว่าปีก่อนๆ 
รู้สึกว่าโตขึ้นมีเป้าหมายมากขึ้นกว่าเดิม 
 
และ
 
เดินตามหาความฝันมาได้ครึ่งทางแล้ว :)
รู้สึกดีตรงนี้แหละ 
 
ถ้ามันจะสำเร็จเอาตอนใกล้ตายก็ไม่เป็นไร 
หรือถ้ามันจะสำเร็จตอนตายแล้วก็ไม่เป็นไรอีกนั้นแหละ
เพราะเราตั้งใจ เต็มที่กับมันแล้ว
 
จริงๆปลายทางไม่สำคัญไปกว่าระยะทางที่เดิน 
 
๒๕/๑๐/๒๕๕๗
 
 

สิ่งดีๆหลอกหลอน

posted on 24 Jul 2014 14:55 by loginart
ช่วงนี้ไม่ค่อยออกไปไหน 
ถ้าจะไปก็แค่ครึ่งวันแล้วเข้าบ้าน
 
ก็ไม่ได้อยากเข้าบ้าน และก็ไม่อยากไปไหน
นอกจากร้านหนังสือ 
แต่ไปบ่อยก็จะเป็นโรคทรัพย์จางเอา
 
อยู่บ้านก็นั่งเพ้อเจ้อเวิ่นเว่อ 
คิดถึงแต่เรื่องเก่าๆที่เป็นความทรงจำดีๆ
อยากสลัดให้ออกไป แต่ไม่เคยทำได้ 
 
รู้สึกว่าอยากลบออกจากสมอง
 
เพลงที่เคยฟัง ที่ที่เคยไป ไม่อยากจำ 
ไม่รู้เป็นอะไร 
โรคติสแตกกำเริบหรือ..ก็ไม่รู้อีกนั้นแหละ
 
 
เซ็ง
๒๔ กรกฎาคม ๕๗
 

ฉันจะฝันถึงเธอ

posted on 17 Jul 2014 23:54 by loginart
 
 

เมื่อตะวันลับลา

ฟ้าก็มองมืดหม่น

ทนเงียบเหงาอ้างว้าง

เมื่อเธอลาลับไกล

กลับอุ่นไอมิสร่าง

ใจฉันค้างเคียงเธอ

รู้หรือไม่ ว่าภายในดวงตาสองนั่น

ฉันได้พบความอบอุ่นใจ

รู้หรือเปล่า ว่าข้างในรอยยิ้มของเธอ

ฉันแอบเพ้อละเมอ คร่ำครวญ

อิ่มอกอ่วนอาย

อยากจะบอกสักคำ

ฉันได้ถลำหัวใจ

ตกอยู่ในความรัก

เมื่อตะวันนิทรา ฟ้าจะรอพบจันทร์

ฉันจะฝันถึงเธอ
 
 
คืนนี้ ตามนี้
 
จวนจะเที่ยงคืน 
๑๗ /๐๗/๕๗
 

ชัดเจน

posted on 28 Jun 2014 21:52 by loginart
บางคำถามเราดราฟความรู้สึกไว้ล่วงหน้าแล้วว่าไม่มีทางรู้สึกกับคำตอบแน่ๆ
ไม่ว่าจะคำตอบจะออกมาดีหรือแย่แค่ไหน  
เป็นคำถามที่อยากรู้และอยากได้คำตอบแค่นั้นจริงๆไม่มีอะไรแฝงนัยในคำถามนั้น
 
แต่..ทำไม คำตอบที่ได้รับกลับมา มันทำให้เราแปลบที่หัวใจข้างซ้ายได้
เป็นความรู้สึกไม่คิดว่าจะได้รับ..
เหมือนโดนเอาไม้ทุบที่หัวจากที่ว่าเจ็บก็กลายเป็นชา..

เราคิดว่าหัวใจเราแข็งแรง หรือที่ผ่านมาเราหลอกตัวเองมาตลอด
 
เป็นคำตอบที่ชัดเจน..และจริงในความรู้สึก
เป็นคำตอบที่ให้เราสว่าง มันเหมือนปลดแอกอะไรหลายๆอย่างในตัวเราเอง
ขอบคุณคำตอบนั้นจริงๆ 
 
- ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ -
  ๒๑.๒๑  
 
 
 
 

ว่าด้วยเรื่องรักๆ

posted on 27 Jun 2014 19:13 by loginart
 
เราว่าจริงๆแล้ว "ความรัก" ไม่ได้ทำร้ายเราหรอก 
เราว่า "ความคิดถึง" ต่างหากที่คอยทิ่มแทงเรา..
 
ที่เราอยู่ไม่ได้เพราะ เราคิดถึงเขาต่างหาก รู้สึกว่าขาดไม่ได้ 
 
มัน คิดถึง คิดถึง และคิดถึงแบบนั้นซ้ำๆ ไม่ไปไหน 
ความคิดถึงมันรบกวนเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน 
และเราก็หยุดไม่ได้
 
ทำไม ทำไม..มันคิดถึงแบบนี้
 
 
 
 
 

บางครั้งชีวิตก็เล่นตลกกับคนเราเกินไป บ้างสุขบ้างทุกข์บ้างเศร้าบ้างก็เหงา บ้างก็หมดหนทาง..

แต่ทั้งหมดเมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างต้องก้าวหน้า ทุกคนต้องผ่านพ้น บางครั้งเหตุการณ์ต่างๆไม่ได้ผ่านไป

แต่อย่างน้อยมันก็ทุเลาลง..

 

 

บางทีความเหงาก็ยากที่จะมานั่งอธิบายว่าทำไม..